พาลองของ : Acer Hybrid Computer”ไม่ใช่เพียงแค่คอมพิวเตอร์ แต่มันคือ คอมพิวเตอร์ลูกผสม”


หลายเดือนก่อนหน้านั้น Acer เคยจัดงานเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเทรนของคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งตอนนั้นก็ได้แลกเปลี่ยนไปเยอะพอสมควร ตอนนี้เขาก็ได้นำสิ่งเหล่านั้น มาทำออกมาค่อนข้างจะสมบูรณ์จนได้กลุ่มสินค้าที่จะวางขายในงาน Commart X Gen 2013 ได้แล้ว มาดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง

เริ่มจากพี่ใหญ่ของกลุ่มนี้กับ Acer Aspire R7 กันก่อนเลย




การออกแบบตัวเครื่องที่มีกลไกพิเศษเรียกว่า Ezel Hinge เป็นแขนตั้งที่พิเศษ เพราะสามารถปรับได้หลายแบบ อันที่จริง 5 แบบนั้นแหล่ะ คือ Notebook Close-up Conference และ Tablet ด้วยขนาดร่างที่เรียกได้ว่าใหญ่อยู่ถึง 15.6 นิ้ว สเปคมีให้เลือกตั้งแต่ Core i5 กับ Core i7 RAM 4GB เพิ่มได้ถึง 12GB ความจุของ HDD 500GB – 1TB มีการ์ดจอ nvidia GeForce GT750M 2GB WiFi802.11 b/g/n รวมทั้ง Bluetooth 4.0 ลำโพง Dolby ที่ให้พลังเสียงดีพอสมควร และอื่น ๆ ทั้งหมดนี้มาพร้อมน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม ถือว่าหนักพอสมควรเลยทีเดียว แต่นั้นไม่ใช่อุปสรรค์ของคนที่อยากได้มันสักเท่าไหร่ มาพร้อมกับ Windows 8 นะครับ




จากที่ได้ลองสัมผัส พบว่า ความเร็วแรงมาครบสูตร พร้อมทั้งการเชื่อมต่อที่ครบครัน และยังมีรูปแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างมากมายทำให้รู้สึกว่า มันทำตัวให้เข้ากับการใช้งานของเรามากขึ้น แต่สำหรับผม เสียที่ว่าน้ำหนักมันเยอะตามขนาดหน้าจอที่ใหญ่ไปนั้นแหล่ะ ส่วนค่าตัวนั้น 44900 – 49900 ถือว่าลงตัวถ้าใครอยากได้ Hybrid Computer แบบฉีกแนวนะครับ

รุ่นรองลงมา Aspire P3




แว็บแรกที่เห็นนั้นนึกว่า Iconia W700 เพราะรูปร่างนั้นคล้ายกันมาก ฟีเจอร์บางอย่างยังคล้ายกันได้อีก กับขนาดหน้าจอ 11.6 นิ้ว ที่ยังให้ Windows 8 เหมือนกับรุ่นอื่น ๆ ด้วยน้ำหนักนั้นก็ 790 กรัม ความบาง 9.95 mm กลายเป็นว่ารูปร่างเหมือนแต่น้ำหนักนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง พร้อมกล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล และยังมอบประสบการณ์แบบ HD ได้ดูกันเต็มที่ นอกจากนี้ยังให้ Virtual DJ ไว้ Mix เพลงเล่น ๆ เพลิน ๆ ด้วย อ้อ ถ้าใครสงสัยว่าใช้ CPU อะไร เขาใช้ Core i5 Gen 3 นะครับ

จากที่ได้สัมผัส พบว่าแม้จะไม่ได้แรงอะไรมากมายเหมือนกับ R7 แต่ได้เรื่องความเบาและสะดวกพกกว่า แต่ด้วยรูปร่างเป็นสีเหลี่ยมทำให้การจับนั้นดูดี ส่วนการประกอบร่างกับเคส Keyboard เข้าง่ายครับ แต่เวลาเอาออกต้องระวังและค่อย ๆ เพราะเอาออกยากเหมือนกัน และต้องดึงให้พอดีซะด้วยสิ สำหรับส่วนของ Keyboard นั้นยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ การจัดวางโดยเฉพาตัวเปลี่ยนภาษาอย่างตัวหนอน อยู่ข้างปุ่ม CAPS LOCK ซึ่งไม่ค่อยเหมาะสมเลย ถ้าแก้ได้ก็อยากให้แก้ล่ะนะ แต่ด้วยที่เขาไม่มีปุ่ม F ที่แยกกอกมา ดันไปใช้ร่วมกับหลายเลขอันนั้นผมไม่ว่า เพราะคิดแล้วว่า ฟีเจอร์เหล่านั้น User ทั่วไปใช้น้อยกว่า

ส่วนปากกาของรุ่นนี้ เป็นอุปกรณ์เสริมที่ผมมองว่า ให้มาเป็นมาตราฐานเลยดีกว่า

รุ่นต่อมา น้องเล็ก iconia W3





จัดได้ว่าเล็กที่สุดแล้วที่เคยเห็น Tablet มา ด้วยขนาดหน้าจอ 8.1 นิ้วความละเอียด 1280X800 ทำให้ถือเหมือนกับ Tablet ที่ทำตัวเป็นโทรศัพท์หลายค่ายอยู่เช่นกัน กับ CPU Intel ATOM Z2760 มาพร้อม RAM2GB ความจำผ่าน SSD 32GB เพิ่มได้ด้วย Micro SD และมาพร้อม Windows 8 อย่างน้อยให้ USB 1 Port ก็ยังดีล่ะอะ อ้อให้ Windows 8 32bit มาเท่านี้คงไม่มีอะไร และมีอุปกรณ์เสริมที่น่าเล่นอย่าง Keyboard แบบ Full Type




จากที่ได้สัมผัส พบว่าขนาดนั้นลงตัว ความเร็วไม่ต้องมากมายอะไร การใช้งานถือว่าลงตัวเหมาะกับกลุ่มที่ไม่ต้องการใช้งานหนักอะไร อย่างน้อยถือ Present งานได้น่ะ และก็ยังทำอะไรได้มากมายอีกเยอะ สิ่งที่อยากจะติ คงเป็นเรื่องหน่วยความจำในตัว 32GB เป็นต้น ส่วนขนาดผมว่าลงตัวแล้ว แม้จะเล็กจนทำให้ไม่สามารถใช้ Multi Tasking ได้ก็ตามทีเถอะ อีกสิ่งที่ประทับใจคือ Keyboard สามารถเก็บเครื่องให้อยู่ข้างใต้ได้ด้วย เพียงแต่ชาร์จไฟเข้าไปหามันไม่ได้ก็เท่านั้นเอง ภาพรวมการถือนั้น เบาจนตกใจกว่า 2 ตัวบนนั้น รวมทั้ง iconia W510 อีกด้วย

และตัวของ iconia W510 นั้นก็เป็นรุ่นเดิมที่จำหน่ายอยู่แล้ว เป็นอีก Hybrid Computer ที่เจาะไปทางกลุ่มคนอยากได้ Mini Notebook หรือ Tablet นั่นเอง ซึ่งก็ขายมาสักพักแล้วล่ะ คงไม่เล่าอะไรมันเยอะล่ะ

แต่ที่อยากจะเล่าเยอะกว่าคือ S7 ที่รูปร่างสวยดู Sexy เหมือนเดิม แถมยังกล้าใช้กระจกกอลิล่ากราส ในส่วนของฝาหน้าอีกด้วย ยังทัชได้เหมือนเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนให้ใช้ CPU Intel Core i 4Gen นั้นเอง ยังไม่ขายตอนนี้ รอ Commart จุดเด่นก็ยังเป็น S7 ที่เอนจอได้ 180 องศา เพียงแต่ปรับให้เครื่องนั้นตอบสนองไวขั้นทำงานดีขึ้น พัดลมระบายความร้อนดีขึ้น การระบายความร้อนภาพรวมดีขึ้นชัดเจน

และปิดท้ายด้วย V5 โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มอย่าง 11.6 นิ้วที่มีแบตฯทนทานถึง 9.5 ชั่วโมง แถมยังเป็นทัชสกรีนอีก ส่วน CPU ใช้ของ AMD รุ่น A4 และ A6 ส่วนตัว 14.1 กับ 15.6 นิ้วยังคงใช้วัสดุเครื่องแบบ แมคมีเซียม อัลลอย ส่วน CPU ก็ยังยึดหลักที่ Intel Core i Gen 3 เหมือนเดิม แต่เพิ่มการทัชสกรีนเข้ามาและปรับตัวเครื่องให้บางลง ลบ DVD Drive ออกไปเลย

สำหรับทุกรุ่นที่บอกมานี้สามารถไปลองเล่นและเลือกซื้อได้ที่งาน Commart X-Gen อาทิตย์หน้าแล้ว ใครสนใจก็อย่าลืมไปดูกันเยอะ ๆ เพราะเชื่อว่า ศึกเลือกอุปกรณ์ จะดุเดือดเลือดพุ่งกันเลยล่ะ

เกี่ยวกับ

blogger คนหนึ่ง จากเว็บ itcoolgang.com เขียนไปเรื่อยกับวงการ it และงานit รวมทั้ง review gadget ต่างๆ รวมทั้งจิปะถะของตัวเอง

Tagged with: , , , , , , , , , , , , ,
เขียนใน Event

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ปฏิทินเดือนและเรื่องราว
มิถุนายน 2013
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
จำนวนคนเข้า
  • 1,221,785 hits
%d bloggers like this: